Don’t Drink Dumb ถ้าเมาแล้วอย่าโชว์โง่ ด้วยความห่วงใยจาก “แสงโสม”

หากการสังสรรค์ในวงเหล้าจะลงท้ายด้วยการมีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การโทรไปหาแฟนเก่า หรือ เล่นหัวเจ้านาย ฯลฯ ปัญหาเหล่านี้ ควรจะหมดไปด้วยแคมเปญ SangSom Drink Don’t Dumb แคมเปญที่จะทำให้นักดื่มทั้งหลาย ได้หันมาใส่ใจถึงความเมาของตนเอง ซึ่งทาง สรรศิริ ยอดเมืองเจริญ Assistant Director และสุธีรพร ท้าวประยูร Brand Manager จากทางแสงโสม จะมาอธิบายและกล่าวถึงแคมเปญดังกล่าวนี้ให้ได้เข้าใจกัน
• อยากให้ช่วยเล่าถึงที่มาที่ไปของแคมเปญนี้หน่อยครับ

สรรศิริ : เราได้มีการคิดมานานพอสมควรในเรื่องของการแจ้งเตือนระดับใหญ่ คือมันเหมือนกับบริการประเภทหนึ่งที่เรียกว่า PSA (Public Service Announcement) ประมาณว่าเป็นบริการทางสาธารณะ ซึ่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แบรนด์ทางเมืองนอก เขาทำมาได้ประมาณ 10-20 ปีแล้ว แต่สำหรับคนไทย เราคิดว่าเราน่าจะเป็นแบรนด์แรกที่ทำเรื่องนี้ อย่างยี่ห้อต่างประเทศ เช่น Johnnie Walker หรือ Heineken เขาจะใช้คำว่า Drink Don’t Drive ซึ่งมันจะจำกัดแค่คนใช้รถยนต์ ในขณะที่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนอกเหนือจากรถยนต์ก็มีอีกมาก ซึ่งเราก็รู้เช่นกันว่า คนไทยนั้นกินเหล้าหนักติดอันดับโลก และด้วยที่เราเป็นคนขายแอลกอฮอล์ แล้วไม่มีใครกล้าพูดเรื่องนี้ เราก็รู้สึกว่าเป็นดาบสองคมให้กับตัวเราเองด้วย

สุธีรพร : จริงๆ ทางทีมเราก็เห็นด้วยตรงกันว่า เราอยากที่จะทำอะไรเพื่อสร้างสรรค์สังคมบ้างเหมือนกัน อีกอย่าง เราก็ยังไม่เห็นแบรนด์อื่นที่จะพูดในเรื่องนี้เลย เราก็เลยเกิดเป็นแคมเปญนี้ขึ้นมา ซึ่งทางเมืองนอกเขาก็ทำแบบแนว PSA อย่างที่บอก คือว่า จะทำการโฆษณาให้เป็นแนวเศร้าๆ กับแนวตลก ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแบบแรกมากกว่า ซึ่งทาง สสส. เขาก็รณรงค์มานานแล้วนะคะ แต่ในส่วนของเราจะเป็นการรณรงค์ไปอีกทางหนึ่ง จะเป็นลักษณะแบบว่ากวนๆ ไม่ใช่แนวไปสอนเด็กว่าอย่างงั้นอย่างงี้นะ แต่จะเป็นแบบให้นึกถึงเพื่อน นึกถึงรอบข้างมากกว่า ซึ่งพอเป้าหมายเป็นคนรุ่นใหม่ มันก็กระตุ้นให้คนรับสารอยากจะส่งต่อให้เพื่อนๆ ของเขา เหมือนเพื่อนคุยกับเพื่อน ที่จะแตกต่างจากผู้ใหญ่หรือคนอื่นมาสอนอย่างที่บอกที่จะต้องมีแบบว่า ห้ามทำอย่างงั้น ห้ามทำอย่างงี้ ซึ่งคนก็จะรู้สึกว่าต่อต้านไปเลย เรารู้สึกว่าเราดูต่าง และเป็นคนนำร่องในเรื่องนี้

• อาจจะเป็นเพราะว่าวัฒนธรรมในบ้านอื่นเมืองอื่นเขามีสติมากกว่าบ้านเราด้วยมั้ยครับ จึงได้เกิดแคมเปญนี้ขึ้นมา

สรรศิริ : (หัวเราะเบาๆ) เราว่ามันเกี่ยวข้องกับการศึกษาในแต่ละประเทศ หรือ ความมีวินัย มันเริ่มมาตั้งแต่การควบคุมตัวเอง คือไม่ใช่ว่าประเทศอื่นดื่มน้อยนะคะ แต่เขาจะไม่ขับรถหลังจากดื่มแอลกอฮอล์มากกว่า เพราะชีวิตประจำวัน เขาอาจจะใช้รถน้อยกว่า ซึ่งของเรา ดื่มแล้วทั้งขี่และขับยานพาหนะแบบผาดโผนมาก โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ แล้วพอมันไปผูกกับการขับรถที่เป็นมอเตอร์ไซค์ ซึ่งเรื่องอุบัติเหตุในช่วงดังกล่าว มันไม่ได้มีน้อยลงเลย แสดงว่าการมาแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ ประมาณว่าตำรวจมาจับเยอะๆ ก็ไม่ใช่วิธีแก้ เราว่ามันก็กลับมาที่พื้นฐานของแต่ละบุคคลว่าเป็นยังไง เราก็เลยรู้สึกว่า ถ้าคนรุ่นเดิมเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้วก็ปล่อยไป ไปเตือนคนรุ่นใหม่ดีกว่า เราไปคุยกับคนรุ่นใหม่ ไม่ช้าไปหรอก ซึ่งถามว่ากฎหมายบ้านเรามีส่วนมั้ย ก็ส่วนหนึ่ง แต่ด้วยในเรื่องของวินัยของคนมันชัดกว่า ซึ่งเหล้าไม่ใช่เป็นคนผิดนะ มันน่าจะแก้ที่จิตสำนึกคน

ขอบคุณข่าวที่มีประโยชน์ และติดตามข่าวฉบับเต็มได้ที่ ผู้จัดการออนไลน์